[Fic Daomu]For your loneliness - 花邪

posted on 28 Sep 2014 23:42 by okarina-sizer directory Fiction

 

แว่บมาแปะภาคต่อ...

 

ฟิคสั้นความยาว 8 หน้าค่ะ...

//มันเรียกว่าสั้นมั้ย llOrz

 

Warning - Yaoi

ฟิคน้ำเน่า...


 

Daomu Fanfiction


For your loneliness
Pairing : เสี่ยวฮัว x อู๋เสีย
Rate : PG
 
ต่อเนื่องจากฟิค The man who comes from the deep

 

 

          เรื่องราวทั้งหมดอาจจะจบลงไปแล้ว แต่ชีวิตก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป 

          แต่แล้วทำไมนายถึงได้เอาแต่จมปลักอยู่กับอดีตแบบนั้นกันล่ะ... 

 

 

            “อ้าว คุณชายเซี่ย สวัสดีครับ” หวังเหมิงทักขึ้นเมื่อเห็นเซี่ยอวี่ฮัวเดินเข้ามาในร้าน “มาเยี่ยมเถ้าแก่หรอครับ?”

            คุณชายเซี่ยยิ้มรับไม่ตอบ แต่ถามกลับ “ยังเหมือนเดิมใช่ไหม?”

            หวังเหมิงยิ้มแห้งไม่พูดอะไร เซี่ยอวี่ฮัวพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินขึ้นไปบนชั้นสองของร้านทันที

            ตั้งแต่ที่เรื่องทุกอย่างจบลงเขาก็ไม่ค่อยได้ข่าวคราวของอู๋เสียเลย ครั้งแรกที่เขามาเยี่ยม อู๋เสียเอาแต่นั่งอยู่ในห้อง ดูสติล่องลอย ตาบวมช้ำ นั่งถือสมุดบันทึกเล่มหนึ่งไว้ไม่ยอมวาง พูดจาถามคำตอบคำ บางทีก็ไม่ตอบแต่ยิ้มฝืนๆ กลับมาแทน

            เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูห้องห้องหนึ่ง คุณชายเซี่ยก็เคาะประตู “อู๋เสีย ฉันเซี่ยอวี่ฮัว เข้าไปนะ”

            ไม่ต้องรอคำตอบเขาก็เปิดประตูเข้าไปทันที อู๋เสียยังคงนั่งเหม่ออยู่ริมหน้าต่าง ในมือมีสมุดปกสีดำเล่มหนึ่งถือไว้เหมือนกับครั้งแรกที่เขาเข้ามาเห็น เพียงแต่ตอนนี้อู๋เสียหันมายิ้มบางๆ ทักทายเขาเล็กน้อย

          มันก็ดีที่นายเริ่มกลับมาใส่ใจสิ่งรอบข้าง แต่ว่านายไม่ต้องฝืนยิ้มให้ฉันก็ได้... 

“ไง...เมื่อไหร่นายจะเลิกอุดอู้อยู่ในห้องสักที” เซี่ยอวี่ฮัวทักขึ้นด้วยประโยคเดิมๆ

“เมื่อนายจะเลิกถามฉันด้วยคำถามนี้ล่ะมั้ง” อู๋เสียตอบกลับยิ้มๆ

“ถ้ามันจะทำให้นายออกจากห้องนี้ได้ ฉันก็จะเลิกถาม” คุณชายเซี่ยพูดอย่างจริงจัง “ฉันจริงจังนะอู๋เสีย”

อู๋เสียหันหน้าออกไปนอกหน้าต่าง แล้วพูดขึ้นโดยไม่มองคู่สนทนา “นายจะให้ฉันไปไหนล่ะ เวลาที่ฉันออกไปไหนทีไรมักจะมีเรื่องยุ่งๆ ให้เข้าไปเกี่ยวข้องทุกที ฉันไม่อยากจะเจอใครอีกแล้ว”

            ไม่อยากเจอใคร หรือไม่อยากเจอคนที่ทำให้นึกถึงใครบางคนกันแน่...เซี่ยอวี่ฮัวคิด

            “งั้น...” คุณชายเซี่ยพูดลากเสียงกระตุ้นให้ชายหนุ่มอีกคนหันกลับมามองเขาอย่างสงสัย เซี่ยอวี่ฮัวยิ้มกว้างแล้วพูดสิ่งที่ทำให้คุณชายสามชะงักงัน

            “เราสองคนไปที่ที่ไม่ใครกันมั้ย?”

 

 

            อู๋เสียมองภาพบ้านไม้ชั้นเดียวหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ทุ่งหญ้าและเนินเขาพลางคิดว่าตัวเองมาทำบ้าอะไรที่นี่ ก่อนจะหันกลับไปมองคนต้นเรื่องที่รบเร้าเซ้าซี้ลากเขามา

            “บ้านพักฉันเอง เงียบสงบไม่มีคนรบกวนใช่มั้ยล่ะ?” เซี่ยอวี่ฮัวบอกเมื่อเห็นชายหนุ่มอีกคนทำหน้างง

            “ใช่ แม้แต่หมูหมากาไก่ฉันก็ยังไม่เห็นสักตัว” อู๋เสียอดแค่นแคะไม่ได้

            “เอาน่า...บ้านกลางทุ่งอากาศดีจะตาย แต่ที่นี่จะมืดเร็วกว่าในเมืองนายรีบเข้าบ้านเถอะ เดี๋ยวเราทำอาหารเย็นกินกัน”

            อู๋เสียส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ ยกสัมภาระกระเป๋าไม่กี่ใบเข้าบ้านพลางคิดว่าไหนๆ ก็หลวมตัวมาแล้ว ได้ที่สงบๆ หน่อยก็ดี

            จะได้พักทั้งตัว และหัวใจ...

            “เสี่ยวฮัว นายจะทำอะไรกิน?” อู๋เสียถามขึ้น ถึงการเดินทางจากในเมืองมาที่นี่จะไม่ไกลแต่เขาก็เริ่มรู้สึกหิวแล้ว

            “นายทำอะไรเป็นบ้างล่ะ?” เซี่ยอวี่ฮัวถามกลับ

            “ฉันทำอาหารเป็นที่ไหนกันล่ะ นายนั่นแหละ ทำอะไรเป็นบ้าง?” อู๋เสียเงยหน้าขึ้นสบตากับเซี่ยอวี่ฮัว เซี่ยอวี่ฮัวเงียบไปสักพักแล้วตอบกลับว่า “ฉันก็ทำไม่เป็น”

            ทั้งสองคนยืนมองหน้ากัน ภายในบ้านหลังไม่เล็กไม่ใหญ่ถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ ก่อนที่ทั้งสองจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน

            อู๋เสียหยุดหัวเราะแล้วพูดขึ้น “อะไรของนายเนี่ย แล้วข้าวเย็นจะกินอะไรล่ะครับคุณชายเก้า”

            คนโดนถามหยุดหัวเราะแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแกว่ง “นี่ล่ะคุณชายสาม ประโยชน์ของเครื่องมือสื่อสาร”

            หลังจากนั้นเซี่ยอวี่ฮัวก็จัดการให้ลูกน้องนำเสบียงอาหารสำเร็จรูปมาตุนไว้ให้ เท่านี้ก็หมดปัญหาเรื่องอาหารการกิน แต่ปัญหาที่พบต่อมาก็คือห้องนอน ก่อนหน้านี้เขาส่งแม่บ้านมาทำความสะอาดตามปกติเหมือนทุกครั้งก่อนที่เขาจะมาพักที่บ้านหลังนี้ แต่ครั้งนี้เขาลืมบอกไปว่ามีแขกมาด้วย แม่บ้านจึงไม่ได้ทำความสะอาดห้องนอนอีกห้องหนึ่งไว้ ตอนนี้เลยเหลือห้องที่ใช้นอนได้เพียงห้องเดียว

            “เอ่อ...นายเป็นเจ้าของบ้าน นายนอนบนเตียงก็แล้วกัน” อู๋เสียพูดอย่างเกรงใจ

            “ไม่ นายเป็นแขก นายนั่นแหละนอนบนเตียง” คนเป็นเจ้าของบ้านค้าน

            “ไม่ดีกว่า นายนั่นแหละนอน”

            “นายนั่นแหละ”

            ทั้งสองคนหยุดยืนจ้องหน้ากันอีกครั้ง แล้วหัวเราะออกมาเป็นครั้งที่สองของวันนี้

            “นี่เสี่ยวฮัว นายกินยาผิดขวดหรือเปล่า? หรือว่านายลืมกินยากันแน่ จู่ๆ ก็ทำตัวดีผิดปกติ” อู๋เสียอดถามไม่ได้

            “อืม...นั่นสินะ” เซี่ยอวี่ฮัวยิ้ม “ฉันเป็นเจ้าบ้าน นายเป็นแขก ต่างก็ไม่ควรนอนพื้น งั้นเราก็นอนบนเตียงด้วยกันทั้งคู่นี่แหละ”

 

 

            ยังดีที่เตียงเป็นเตียงคู่นอนสองคนได้สบาย จะมีตะขิดตะขวงใจนิดหน่อยก็ตรงที่ผู้ชายสองคนนอนเตียงเดียวกันนี่แหละ

            แต่ก็เอาเถอะ ไม่มีใครรู้เห็นสักหน่อยนี่นา

            เซี่ยอวี่ฮัวนั่งลงบนเตียงมองคนที่นอนหันหน้าให้อยู่อีกฟากของเตียงเงียบๆ ใบหน้าของคนหลับดูเหนื่อยอ่อน หางตามีรอยแดงช้ำเล็กน้อยจากการถูกเช็ดบ่อยๆ เซี่ยอวี่ฮัวมองหน้าคนหลับแล้วอดปวดใจเล็กๆ ไม่ได้ เขายื่นมือออกไปหวังสัมผัสใบหน้าอิดโรย

          ทั้งที่ตอนเย็นนายหัวเราะได้อย่างมีความสุขแท้ๆ ...แต่ดูตอนนี้สิ... 

            “เสี่ยวเกอ...”

            มือเรียวชะงักทันที เซี่ยอวี่ฮัวมองใบหน้าของคนละเมอซึ่งบัดนี้มีหยดน้ำใสๆ ไหลออกจากดวงตาที่ปิดสนิท พลันเคลื่อนตัวเข้าไปหาร่างที่หลับใหลแล้วค่อยๆ เช็ดน้ำตาให้

          อู๋เสีย...นายเป็นถึงขนาดนี้เลยรึ... 

            “เสี่ยว...เกอ...”

            อู๋เสียเริ่มสะอึกสะอื้น มือที่ผอมลงกว่าเมื่อก่อนคว้าแขนของคนที่กำลังเช็ดน้ำตาให้กุมไว้แน่น เซี่ยอวี่ฮัวไม่กล้าขยับเพราะกลัวอีกคนจะตื่น ทำได้แค่ใช้มืออีกข้างลูบศีรษะคนหลับเบาๆ

            “อู๋เสีย...ไม่เป็นไรนะ ฉันอยู่ตรงนี้” เซี่ยอวี่ฮัวกระซิบปลอบอย่างอ่อนโยน ทั้งที่ในใจอยากจะบอกว่าที่อยู่ข้างๆ เขาตอนนี้คือเสี่ยวฮัว ไม่ใช่เสี่ยวเกอที่หายไปคนนั้น

            “อย่าไป...นะ...”

            “ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันจะอยู่ข้างๆ นาย”

          ฉันอยู่ข้างๆ นายมาตลอด...เพียงแต่นายไม่ได้สังเกตเท่านั้นเอง 

            เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้จนกระทั่งคนที่นอนละเมอสงบลง เซี่ยอวี่ฮัวจึงค่อยๆ แกะมือของอู๋เสียที่กำแน่นอยู่ที่แขนออก ห่มผ้าให้ใหม่แล้วจึงล้มตัวลงนอนข้างๆ

          อู๋เสีย...ฉันต้องทำยังไงนายถึงจะหันมามองฉันบ้าง...

            “อือ...”

            คนที่หลับอยู่จู่ๆ ก็พลิกผ้าห่มออก มือสองข้างไขว้คว้าไปในอากาศ หน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนกำลังทรมานจนเซี่ยอวี่ฮัวต้องรีบเข้าไปคว้าสองมือลงมา คนที่ละเมออีกรอบจึงสงบลงได้

          สงสัยต้องจับไว้จนเช้าล่ะมั้งเนี่ย...

            เซี่ยอวี่ฮัวคิดพลางจ้องมองเจ้าของมือที่เขากุมไว้อย่างไม่ละสายตา กลัวว่าคนข้างๆ จะละเมออะไรขึ้นมาอีก

            เวลาผ่านไปอีกครั้งจนกระทั่งคุณชายเซี่ยเผลอหลับไป

 

 

            “เสี่ยวฮัว...เสี่ยวฮัว...เซี่ยอวี่ฮัว!” อู๋เสียที่ตื่นไปอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วส่งเสียงปลุกคนขี้เซาที่หลับอุตุอยู่บนเตียง ขณะที่เจ้าของชื่อยังคงหลับสนิทอย่างไม่มีทีท่าว่าจะตื่นง่ายๆ

            “ไปอดหลับอดนอนมาจากไหนเนี่ย...” คนไม่รู้ตัวว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้อีกคนอดหลับอดนอนส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะหันไปสนใจจัดที่นอนฝั่งตัวเองให้เรียบร้อย

            ขณะที่อู๋เสียจัดหมอนเขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าบนปลอกหมอนสีขาวมีคราบหยดน้ำอยู่ มือผอมพลันชะงัก คิดทบทวนว่าเมื่อคืนตัวเองร้องไห้อีกแล้วหรือ...

          นี่เราคงไม่ได้ละเมอออกมาด้วยหรอกนะ...

            อู๋เสียภาวนาอยู่ในใจ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อเช้าตอนที่เขาตื่นขึ้นมานั้นเซี่ยอวี่ฮัวกุมมือเขาแน่นจนร้อน เมื่อคืนเขาคงละเมออะไรออกมาแน่ๆ แถมอาจจะละเมอหนักด้วย

            “แย่ชะมัด...” อู๋เสียพึมพำเบาๆ แต่กลับทำให้คนข้างๆ รู้สึกตัวตื่น

            “...หืม?” เซี่ยอวี่ฮัวค่อยๆ ลืมตา ขยี้ตาอยู่สักพักก็ลุกขึ้นพูดทักทาย “อรุณสวัสดิ์คุณชายสาม”

            อู๋เสียไม่ทักตอบ เพียงนิ่งรอว่าเซี่ยอวี่ฮัวจะพูดอะไรเรื่องเมื่อคืนหรือไม่ ถ้าเขาพูดออกมา...

แค่เพียงนายพูดออกมา...ฉันก็จะกลับไปที่ที่ของตัวเอง ไม่รบกวนนายอีก... 

แต่เซี่ยอวี่ฮัวแค่หาวแล้วก็ลุกขึ้นไปบิดขี้เกียจ ไม่ทันสังเกตว่าอีกคนเงียบไป จนกระทั่งคนเพิ่งตื่นหันกลับมาอีกทีถึงรู้ตัวว่ากำลังถูกมอง

            “มีอะไรรึ? หรือกำลังรอมอร์นิ่งคิสจากฉัน?” เซี่ยอวี่ฮัวพูดติดตลกพร้อมเดินกลับมาที่เตียงทำท่าจะจูบจริง อู๋เสียจึงได้สติรีบลุกหนี

            “มอร์นิ่งคิสบ้าบออะไรของนาย!” อู๋เสียด่าเรียกเสียงหัวเราะจากคนขี้แกล้งเบาๆ

          ก็ได้...ในเมื่อนายไม่พูดอะไร...ฉันก็จะไม่พูดอะไรเหมือนกัน...